ราชันชุดขาว แต่งตั้ง “ซานติอาโก้ โซลารี” กุนซือชาวอาร์เจนตินาคุมทีมถาวรแล้ว


เรอัล มาดริด ยอดทีมฟุตบอลแห่งศึก ลาลีก้า สเปนได้ประกาศแต่งตั้งให้ “ซานติอาโก้ โซลารี” คุมบริหารทีมถาวรเป็นทางการแล้ว โดยยอดทีมแข้งเดือดแห่งเมืองกระทิงดุได้ตัดสินใจแต่งตั้งให้กุนซือ
ชาวอาร์เจนตินาคุมทีมเป็นการถาวรแล้ว ภายใต้สัญญาเป็นระยะเวลา 3 ปี ในการกุมบังเหียนบริหารทีมนักเตะราชันชุดขาว

กุนซือวัย 47 ปี เดิมเคยที่ทำหน้าที่คุมทีมสำรองของราชันชุดขาวก่อนมาแล้ว ก่อนถูกดันขึ้นมาตำแหน่งคุมทีมชุดใหญ่ชั่วคราวแทนที่ “ฆูเลน โลเปเตกี” ที่ถูกปลดในระหว่างที่ทีมกำลังมองหา
โค้ชผู้นำคนใหม่ โดยก่อนหน้านี้มีข่าวเชื่อมโยงกับกุนซือชื่อดังอย่าง อันโตนิโอ คอนเต้ อย่างหนาหู

ด้านประสบการณ์ด้านงานโค้ชของ โซลารี กลับมาดูแล เรอัล มาดริด ปี 2013 ในบทบาทโค้ชเยาวชนก่อนถูกดันขึ้นคุม เรอัล มาดริด กาสตีย่า (ชุดบี) ในปี 2016 และล่าสุดในฐานะกุนซือชั่วคราว เรอัล มาดริด
เมื่อวันที่ 29 ตุลาคมที่ผ่านมา

โดยมีรายงานว่าบรรดานักเตะของราชันชุดขาวต่างดีใจมากที่ได้ โซลารี มาคุมทีมถาวร ด้วยเพราะต่างมีความสนิทสนมคุ้นเคยกับโค้ชรายนี้มาก่อนอยู่แล้ว โดยกุนซือชาวอาร์เจนตินาพาทีมเก็บชัยชนะ 4 นัดติดต่อกัน
ทำไป 15 ประตู และเสียเพียง 2 ประตู

ฟุตบอลคู่ที่น่าสนใจ เกมนัดที่ 30

ฟุตบอลคู่ที่น่าสนใจ เกมนัดที่ 30

ต้องบอกเลยว่า กลับมาก็ซัดกันเลยสำหรับพรีเมียร์ลีค ที่หลังจากกลับมาจากทีมชาติรอบไปคัดเลือกฟุตบอลโลกโซนยุโรป นักเตะก็ต้องเจอศึกหนักกันต่อ กับการชิงชัยในช่วงทางตรงสุดท้ายของลีคที่เข้มข้นมากทีเดียว เกมแข่งนัดที่ 30 มีเกมคู่ไหนน่าดูกันบ้าง

เลสเตอร์ ซิตี้ กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้

ไปที่วันเสาร์ที่ 3 เมษายนก่อนเลย คู่ที่น่าสนใจสุดต้องเป็นเกมบิ๊กแมตช์ระหว่าง เลสเตอร์ ซิตี้ กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คูุ่ดต้องเป็นเกมบิ๊กแมตช์ระหว่าง เลสเตอร์ ซิตี่งนัดที่ ปคัดเลือกฟุตบอลโลกโซนยุโรป นักเตะก็ต้องเจอศึกหนันี้เจอกันหนแรก เป็นทางเลสเตอร์ซิตี้ที่กดแมนเชสเตอร์ซิตี้ไปแบบช็อคโลก 5-2 เกมนั้นเล่นเอาซิตี้ถึงกับเป๋ ไปไม่เป็นกันพักใหญ่เลย แต่มาเจอกันคราวนี้คิดว่า ซิตี้ คงหวังแก้มือแน่นอน โดยเฉพาะกองหลังที่รอบที่แล้วเสียเหลี่ยมไปหลายรอบ ทางด้านเลสเตอร์ เองก็หวังจะชนะนัดนี้เพื่อกดดัน แมนยูในการทำอันดับต่อไป หากพวกเค้าแพ้โอกาสโดนบี้มาจากเชลซีมีสูงเหมือนกัน

อาร์เซนอล กับ ลิเวอร์พูล

ต่อกันในวันเสาร์ อีกคู่ที่เอาจริงเราก็มองว่า บิ๊กแมตช์ได้เหมือนกันก็คือ อาร์เซนอล กับ ลิเวอร์พูล สองทีมนี้มาเจอกันเวลานี้พวกเค้าต้องทำให้ได้อย่างเดียวคือ “ชนะ” เท่านั้น เพื่อสามแต้มที่จะดันตัวเองขึ้นไปท้าชิงอันดับที่ 4 ให้ได้ พร้อมกับเรียกฟอร์มของนักเตะ ให้กลับมาทันเวลากับการชิงชัยช่วงสุดท้ายของลีค เจอกันเกมแรกลิเวอร์พูลชนะไป คราวนี้อาร์เซนอลคงไม่ยอมง่าย

เซาท์แธมป์ตัน กับ เบิร์นลี่ย์

อีกหนึ่งคู่ที่หลายคนอาจจะมองข้าม แต่บอกเลยว่าคู่นี้เดิมพันสูงมากเลย ด้วยสถานการณ์ในตารางคะแนนตอนนี้มีคะแนนเท่ากันที่ 33 คะแนน ทำให้คู่นี้ผู้ชนะจะพาตัวเองรอดมาจากทีมที่มีสิทธิ์ร่วงตกชั้นได้อีกเฮือกหนึ่ง ส่วนคนแพ้เตรียมตัวเจอกับแรงกดดันจากทีมอันดับต่ำกว่าที่จะลดช่องว่างของคะแนนมาได้เลย หรือหากออกเสมอ ก็เจอทั้งคู่ ดังนั้นเกมนี้หากพวกเค้าอยากอยู่รอดในพรีเมียร์ลีค ต้องเอาชนะให้ได้เพื่อตัวเองล้วนๆ คงใส่กันยับ

แมตช์ที่ต้องจ่ายด้วยความประมาท

แมตช์ที่ต้องจ่ายด้วยความประมาท

ถือว่าเป็นเกมที่ต้องใช้คำว่า พลิกล็อค หรือ รถผ้าป่าคว่ำกันเลยทีเดียว สำหรับลิเวอร์พูลที่เมื่อคืนไม่สามารถเอาชนะทีมอย่างชรูว์สบิวรี่ ที่มาจากลีควันได้เลย เสมอกันไปที่ 2-2 งานนี้ต้องบอกเลยว่าทำเอาแฟนบอลเดอะค็อป จนถึงแฟนเฉพาะกิจบ่นอุบกันเลยทีเดียว ทำค่าขนมหกกันเป็นแถวเลย อย่างไรก็ตามเกมนี้เสมอก็จริงถือว่าเป็นเกมที่ต้องจ่ายด้วยความประมาท

ทีมสำรองกว่าครึ่งทีม
ตามสไตล์ของลิเวอร์พูลเกมนี้พวกเค้าเลือกที่ใช้ทีมสำรองผสมกับดาวรุ่งเต็มทีมไปหมด คนที่พอจะคุ้นเคยอยู่บ้างก็เป็น เดยัน ลอฟเรน ลงคู่กับ โจเอล มาติป, ฟาบินโญ่ , ทาคุมิ มินามิโนะ และ ดิว็อค โอริกี้ ส่วนที่เหลือเป็นนักเตะที่หากไม่ใช่แฟนลิเวอร์พูลอาจจะไม่รู้จักเท่าไร อย่าง ยาสเซอร์ ลารูซี่, นีโก้ วิลเลี่ยมส์, เคอร์ติส โจนส์ , เปโดร ชิริเบญ่า เป็นต้น แน่นอนว่านี่เป็นการเปิดพื้นที่ให้กับเหล่าดาวรุ่งและนักเตะสำรองได้สัมผัสกับเกมที่มีคุณภาพมากขึ้น เพื่อให้พวกเค้ายกระดับตัวเองและกระดูกบอลมากขึ้นด้วย

นำก่อนแต่ไม่เอาให้ขาด
พอรูปเกมเริ่มต้นก็เป็นไปตามคาด ลิเวอร์พูล ที่แม้จะเป็นตัวสำรองแต่ชื่อชั้นดูดีกว่าเยอะ บวกกับความกระหายที่ต้องการพิสูจน์ตัวเองแย่งตัวจริงมาได้ เล่นได้อย่างคึกคัก จนได้ประตูนำไปก่อนในนาทีที่ 15 จากนั้นพวกเค้าก็พยายามจะเอาประตูที่สองให้ได้ แต่ก็ทำไม่ได้จนจบครึ่งแรก พอเริ่มต้นครึ่งหลังมาพวกเค้าได้โชคช่วยเล็กน้อยจนได้ประตูที่สองเพิ่มมาจากความผิดพลาดของฝั่งเจ้าบ้านเอง วินาทีนั้นดูเหมือนลิเวอร์พูลดูจะสบายๆแล้ว

นำ 2-0 เหมือนจะดี แต่พวกเค้าจะเอาลูกสามเพื่อปิดเกมเอาไม่ได้ เลยมาเจอเจ้าบ้านเอาคืนจากจุดโทษ และ ลูกหลุดเดี่ยว ทำให้พวกเค้ากลับมาเสมอได้ 2-2 ถือว่าเป็นอีกหนึ่งบทเรียนให้กับเหล่านักเตะหงส์สำรองได้จำไว้ว่าอย่าประมาทเกมลูกหนังเด็ดขาด และเล่นให้ละเอียดกว่านี้

ผลสำรวจยืนยัน VAR ทำให้เกมการแข่งขันสนุกน้อยลง

VAR
หลังจากที่สมาคมฟุตบอลนานาชาติได้ตัดสินใจใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาช่วยในการตัดสินของกรรมการ เพื่อเพิ่มความแม่นยำและลดข้อโต้แย้งจากหลายฝ่าย ผลลัพธ์ที่ได้จากการนำมาเริ่มใช้ตั้งแต่ปี 2016 ทำให้คำตัดสินของกรรมการถูกต้องมากขึ้น และลดปัญหามุมอับที่กรรมการไม่สามารถเห็นได้อีกด้วย แต่นอกเหนือจากข้อดีส่วนนี้แล้ว ทาง YouGov ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านการวิจัย และจัดทำผลสำรวจ พบว่า สองในสามของแฟนบอลเชื่อว่าระบบ VAR นั้นทำให้เกมการแข่งขันสนุกน้อยลง
ผลการสำรวจเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2020 กับคำถามที่ถามเหล่าแฟนบอลชาวอังกฤษที่มีอายุระหว่าง 15-22 ปีว่าการทำงานของ VAR ในการแข่งเกมพรีเมียร์ลีกนี้ ทำงานได้ดีมีประสิทธิภาพมากน้อยเพียงใด ผลที่ได้พบว่า กว่า 60% ของแฟนบอลเชื่อว่าระบบ VAR ที่นำมาใช้ในเกมการแข่งพรีเมียร์ลีกนั้นทำงานได้แย่ และให้คะแนนเทคโนโลยีนี้เพียง สี่คะแนนจากเต็มสิบเท่านั้น
นอกจากนี้ยังพบว่า VAR ทำให้อรรถรสในการรับชมเกมการแข่งขันนั้นน้อยลงมากถึง 67% โดยที่ 74% ยินดีที่จะให้ใช้ระบบเดิม แต่ต้องเปลี่ยนวิธีและขั้นตอนในการใช้ และ 15% คิดว่าควรยกเลิกระบบนี้ไปเสียเลย
ทางด้านผู้จัดเกมพรีเมียร์ลีกเองก็ได้มีการจัดทำการวิจัยตัว VAR ขึ้น โดยรวบรวมข้อมูลจากเกมการแข่งขันกว่า 250 แมตช์ในฤดูกาลนี้ เพื่อที่จะนำเสนอไปยังที่ประชุมที่จะจัดขึ้นวันพฤหัสบดีนี้ ในกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร
เทคโนโลยี VAR นั้นเป็นที่รู้กันดีว่าเป็นเทคโนโลยีที่เปรียบเสมือนตาวิเศษที่คอยจับตาดูเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างเกมการแข่งขัน โดยทางกรรมการสามารถขอภาพ VAR ผ่านทางมอนิเตอร์ข้างสนาม แล้วจึงแจ้งผลตัดสิน โดยระหว่างการตรวจสอบนี้ก็จะมีเจ้าหน้าที่คอยตรวจสอบอีกครั้งเพื่อป้องกันการทุจริตใด ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ เมื่อผลคำตัดสินเป็นที่ยืนยันก็จะปรากฏภาพขึ้นสู่จอยักษ์ในสนามนั้นเอง ซึ่งทางผู้จัดพรีเมียร์ลีกก็ได้มีการจัดอบรมให้กับเหล่าแฟนบอลถึงรายละเอียดการทำงานและเหตุผลว่าทำไมถึงต้องใช้ระบบ VAR ในเกมการแข่งขันอีกด้วย

เอเย่นต์ป็อกบาเจรจาบอร์ดปิศาจแดง พ.ย.นี้ หลังมีปัญหากับมูรินโญ่

ช่วงนี้ความปั่นป่วนของทีมปีศาจแดงมีอยู่ไม่น้อย ระหว่างตัวนักเตะเองกับผู้จัดการทีมโดยก่อนหน้านี้เป็นกรณีของลุค ชอว์ จนมาถึงปอล ป็อกปา
โดย มิโน่ ไรโอล่า เอเย่นต์คนดังของปอล ป็อกบา กองกลางแมนฯ ยู จะเจรจากับบอร์ดบริหารของ”ปีศาจแดง” ในช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้
เพื่อพูดคุยถึงอนาคตของแข้งวัย 25 ปี ตามรายงานของเดอะ การ์เดี้ยน สื่อของเมืองผู้ดี

Paul_Pogba_2018

อนาคตของป็อกบากลายเป็นประเด็นร้อนอีกครั้ง หลังจากที่เขากลับมามีเรื่องบาดหมางกับ โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีมชาวโปรตุกีส โดยอดีตแข้งยูเวนตุสถึงขั้น
ถูกปลดจากการเป็นรองกัปตันทีมเลย ท่ามกลางรายงานที่ระบุว่า เขาไปบอกกับมูรินโญ่ว่าอยากย้ายไปอยู่กับบาร์เซโลน่าเต็มแก่แล้ว

สำหรับสาเหตุที่ ไรโอล่า ยอมที่จะรออีกราว 1 เดือนนั้น เป็นเพราะอยากดูว่าพอถึงตอนนั้นแล้ว มูรินโญ่ จะยังเป็นกุนซือของ แมนฯ ยูไนเต็ด อยู่รึเปล่า
หรือถ้าเขายังได้อยู่คุมทีมต่อไปจริง ๆ แล้วนั้นเจ้าตัวจะได้รับการหนุนหลังจากบอร์ดบริหารให้ทำงานต่อไปนานแค่ไหน ทั้งนี้ ถ้าหากมันมีท่าทีว่ามูรินโญ่จะได้อยู่ในตำแหน่งต่อไปอีกนานแล้วล่ะก็
ไรโอล่าก็จะทำการเจรจาเพื่อดูว่า แมนฯ ยูไนเต็ด จะยอมขายป็อกบาในช่วงเดือนมกราคมนื้เลยหรือจะโละเขาในช่วงซัมเมอร์ปีหน้า

ทั้งนี้นักเตะหลายคนของแมนฯ ยูไนเต็ด ตัดสินใจ อยู่ข้างปอล ป็อกบา กองกลางชาวฝรั่งเศส ในช่วงที่เจ้าตัวกำลังมีความขัดแย้งกับ โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จ้ดการทีมคนดัง
ตามการเปิดเผยของ เดลี่ เมล สื่อชื่อก้องของเมืองผู้ดี ความบาดหมางระหว่าง ป็อกบา กับมูรินโญ่ กลับมาเป็นประเด็นร้อนอีกครั้ง หลังจากที่ดาวเตะทีมชาติฝรั่งเศสตำหนิแท็กติกของมูรินโญ่ในเกมที่
แมนฯ ยูไนเต็ด เสมอกับ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส 1-1 เมื่อวันเสาร์ที่ 22 กันยายนที่ผ่านมา

ล่าสุดเจ้าตัวก็โดนปลดจากการเป็นรองกัปตันทีม ท่ามกลางข่าวลือที่บอกว่าเขาไปบอกกับ มูรินโญ่ ว่าอยากย้ายไปอยู่กับบาร์เซโลน่า กระทั่งล่าสุด เดลี่ เมล ก็แฉอีกด้วยว่า
ความที่ป็อกบาสนิทสนมกับเพื่อนร่วมทีมหลายคน ทำให้ตอนนึ้มีบางส่วนที่ตัดสินใจอยู่ข้างดาวเตะชาวฝรั่งแศสเบบเต็มตัว โดยคนในกลุ่มดังกล่าวได้แก่ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล,
เอริก ไบยี่ และอันเดรียส เปเรยร่า ซึ่งทั้งหมดต่างก็ไม่พอใจในตัวมูรินโญ่อยู่แล้ว จากการที่ไม่ค่อยได้ลงเล่นให้ทีมมากเท่าไหร่

นอกจากนื้ มาร์คัส แรชฟอร์ด และลุค ชอว์ ก็แอบอยู่ข้างป็อกบาเหมือนกัน เพียงแต่ยังไม่เข้าร่วมกลุ่มแบบเต็มตัวเท่ากับ 3 คนด้านบน โดยมีรายงานระบุว่า
แรชฟอร์ด โมโหที่ไม่ได้รับโอกาสลงเล่นมากเท่าที่ควร ส่วน ชอว์ยังมีความสัมพันธ์ที่ย่ำแย่กับ มูรินโญ่ แม้ว่าจะได้ลงเล่นหลายนัดในฤดูกาลนื้ก็ตาม
สื่อเจ้าเดิมเสริมว่าตอนนึ้หลายคนใน แมนฯ ยูฯ กลัวว่าความวุ่นวายทั้งหมดนี้อาจทำให้มูรินโญ่กับแข้งในกลุ่มดังกล่าวเปิดสงครามกันจนส่งผลเสียกับทีม
อย่างไรก็ตาม นักเตะรุ่นเก๋า ๆ บางส่วนก็ไม่ได้เลือกอยู่ข้างป็อกบาแต่อย่างใด ไม่ว่าจะเป็น แอชลี่ย์ ยัง, เนมานย่า มาติช รวม ถึงไมเคิ่ล คาร์ริค อดีตกองกลางชาวอังกฤษ
ที่ตอนนี้เป็นหนึ่งในสตาฟฟ์โค้ชของทีม งานนี้แฟนบอลของป็อกบาก็ต้องมาลุ้นกันอีกทีว่าเจ้าตัวจะอยู่กับปีศาจแดงต่อไป หรือจะโบกมืออำลาจากโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดกันแน่??