จุดเด่นของนักเตะเชลซี ที่หลายคนอยากได้

sbobet
จุดเด่นของนักเตะเชลซี

เชลซีของแฟรงค์ แลมพาร์ด ซีซั่นนี้ต้องบอกเลยว่า แม้ว่าพวกเค้าจะโดนลงโทษจากคดีซื้อขายนักเตะทำให้ไม่สามารถซื้อใครได้ในหน้าร้อนมองอาจจะเป็นข่าวร้าย แต่มันกลับเป็นโอกาสให้พวกเค้าดันนักเตะหน้าใหม่ขึ้นมาหลายคน แถมทำผลงานได้ดีด้วย หลายคนมีจุดเด่นที่แตกต่างกันออกไป จนกลายเป็นเชลซีมีนักเตะที่หลายคนอยากได้กันเลย ดังนี้

ความหลากหลาย

จุดเด่นแรกของนกัเตะเชลซีก็คือเรื่องความหลากหลาย ที่นักตะสามารถทำได้หลายอย่างในคนเดียวกัน ไม่จำกัดตำแหน่งแบบตายตัวเท่าไร อย่าง คัลลัม ฮัดสัน โอดอย เราอาจจะนึกว่าเค้าเป็นกองหน้า จากผลงานการทำประตู แต่อีกมุมหนึ่งดาวเตะวัยรุ่นคนนี้ก็สามารถถอยตัวเองมาเป็นมิดฟิลด์ตัวรุกได้เหมือนกัน ทั้งในสถานการณ์บนสนาม หรือ คำสั่งจากเจ้านายว่าต้องการเล่นตำแหน่งไหน ความหลากหลายทำให้ผลที่ได้ แลมพาร์ด จะมีความยืดหยุ่นในการสั่งแผนการเล่นสูงมาก ฝั่งตรงข้ามก็เดาได้ยากด้วย

ความกระหาย

เมื่อพวกเค้าไม่สามารถซื้อนักเตะได้ ทำให้ต้องหันมาพึ่งดาวรุ่งแทน จริงอยู่ว่าดาวรุ่งเหล่านี้ประสบการณ์น้อยมาก แต่เราจะได้ความมุ่งมั่น ความกระหายในความสำเร็จเข้ามาแทน นักเตะอย่าง แทมมี่ อับราฮัม , โอคอย , พูลิซิซ, เมสัน เมาท์ ทั้งหมดอายุเพียงแค่ 20 นิดๆเท่านั้น พวกเค้าต้องการพิสูจน์ตัวเอง ต้องการความสำเร็จ นั่นทำให้พวกเค้ากระหายที่จะลงสนามอย่างมาก ผลที่ได้ในสนามพวกนี้วิ่งเหมือนม้าคึกคะนองศึกกันเลยทีเดียว วิ่งพล่านแบบนี้ทำเอารุ่นพี่ในทีมไม่ยอมต้องวิ่งตามไปด้วย

กล้าเล่น กล้าเปลี่ยน

นักเตะหลายคนยังเด็ก ยังขาดประสบการณ์มองในมุมนี้อาจจะไม่ดี แต่อีกมุมหนึ่งพวกเค้าก็พร้อมจะรับฟังคำติชม ข้อคิดเห็นจาก แลมพ์ มาปรับปรุง พัฒนาตัวเอง กล้าเล่น กล้าเปลี่ยน พูดง่ายๆ บางคนในเกมอาจจะเล่นไม่ดีตอนครึ่งแรก แต่พอครึ่งหลังเปลี่ยนวิธีการใหม่ก็อาจจะทำให้ได้อะไรใหม่ๆ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีตามต้องการ การยอมเปลี่ยน กล้าเปลี่ยนนี่แหละทำให้แลมพ์มีขุมกำลังที่น่ากลัวกว่าที่คิดเยอะเลย

จุดเด่นที่ดีจะทำให้คนเห็นค่าเรา

จุดเด่นที่ดีจะทำให้จุดด้อยที่เรามีหายไปหรือลดน้อยลง เพราะเรามีจุดเด่นที่ดีพอมาทดแทนได้ แต่สิ่งที่ท่านจะได้รู้ต่อไปนี้คือเว็บแทงบอลออนไลน์ที่มีจุดเด่นมากมายนั่นคือ sbobet เว็บแทงบอลออนไลน์ที่มีเกมกีฬาเดิมพันให้เล่นมากมาย อยากสนุกสนานไปกับเว็บแทงบอลออนไลน์ดีๆต้อง sbo เท่านั้น

เจาะสถิติน่าสนใจของลิเวอร์พูล

หลังจากที่ลิเวอร์พูลกำลังทำผลงานได้ดี โดยเฉพาะในลีคที่ตอนนี้กำลังทำผลงานได้ติดลมบนเอามากๆ พวกเค้าไม่แพ้ติดต่อกันหลายเกมแล้ว จนทำให้หลายคนเริ่มมองไปถึงการคว้าแชมป์ลีคแบบไร้พ่ายกันแล้ว ภายใต้ความยอดเยี่ยมของลิเวอร์พลูเรามาดูกันว่ามีสถิติอะไรน่าสนใจกันบ้าง
การสร้างโอกาสทำประตู
การเล่นฟุตบอลเค้าตัดสินกันที่การทำประตู แต่ประตูจะเกิดขึ้นไมได้เลยหากขาดคนสร้างสรรค์โอกาสนั้น สำหรับสถิตินี้ไม่น่าเชื่อว่า คนที่ทำให้เกิดโอกาสทำประตูมากที่สุดเป็น เทรนต์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ ที่ 79 ครั้ง ถือว่าเยอะทีเดียว แล้วนั่นทำให้เรารู้ว่า นี่คือคนสำคัญอีกคนหนึ่งของลิเวอร์พูล อันดับที่สองเป็น ซานดิโอ มาเน่ จำนวน 53 ครั้ง อันนี้ก็ถือว่าสมราคาเพราะว่าเล่นกองหน้าต้องสร้างสรรค์โอกาสอยู่แล้ว และที่สามเป็น แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน จำนวน 46 ครั้ง ชายที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไรคนนี้ กลับเป็นคนปิดทองหลังพระของลิเวอร์พูลของจริง
เข้าแทคเกิ้ลมากที่สุด
ฟุตบอลอังกฤษเป็นเกมที่ต้องใช้ทั้งความเร็ว ความแรง และการปะทะกันตลอด หากชนะในการแท็คเกิ้ลนั่นหมายถึงการทำลายเกมบุกฝ่ายตรงข้ามได้ด้วย ลิเวอร์พูลคนที่แท็คเกิ้ลสำเร็จมากที่สุดก็คือ ฟาบินโญ่ สามารถแทคเกิ้ลสำเร็จได้มากถึง 65 ครั้ง สมกับเป็นกองหลังพันธุ์ดุอย่างแท้จริง รองลงมาเป็น แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ชนะแท็คเกิ้ลได้มากถึง 63 ครั้งถือว่าไม่ห่างกันมาก ตามมาด้วย เทรนต์ อเล็กซ์ซานเดอร์ อาร์โนล์ด (อีกแล้ว) 56 ครั้ง
การตัดบอล
การเล่นเกมรับนอกจากจะต้องป้องกัน การดักทางบอลเป็นเรื่องสำคัญมาก ยิ่งถ้าตัดบอลได้เยอะก็จะตัดทางการบุกของฝ่ายตรงข้ามไปด้วยในตัว อันดับที่ 1 เทรนต์ อเล็กซ์ซานเดอร์ อาร์โนล์ด(อีกแล้ว) ทำได้ทั้งหมด 40 ครั้ง อันดับที่สอง ชื่อนี้เพิ่งจะโผลมา โจเอล มาติป ทำได้ 37 ครั้ง และอันดับที่ 3 แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ที่ 35 ครั้ง นี่ก็แสดงให้เห็นว่าใครคือผู้ที่มีความสำคัญของลิเวอร์พูลในยุคนี้

ผลกระทบที่อาจจะตามมาหลังจากผ่อนปรนกฎใหม่

ผลกระทบที่อาจจะตามมาหลังจากผ่อนปรนกฎใหม่

วันนี้วงการฟุตบอลเจาะจงลงไปที่พรีเมียร์ลีค ตอนนี้เกิดเหตุการณ์สำคัญขึ้นมา นั่นก็คือ การประชุมกันของฝ่ายจัดการแข่งขันและกรรมการของพรีเมียร์ลีค พวกเค้ากำลังประชุมกันเพื่อผ่อนปรนกฎการแฮนด์บอลของ IFAB ให้ไม่ต้องเข้มงวดมากขนาดนั้น เนื่องจากการทำงานแบบตีความตามตัวอักษรทำให้ตอนนี้พรีเมียร์ลีคเกิดจุดโทษจากแฮนด์บอลมากเกินไป

การผ่อนปรนวิธีการตัดสินแฮนด์บอล

แน่นอนว่าการมีแฮนด์บอลมากถึง 6 ครั้ง จาก 28 เกมที่ลงเตะไปแล้วตอนนี้ถือว่าเยอะอยู่เหมือนกัน ทำให้ตอนนี้ทางกรรมการตัดสิน จะมีแนวทางการผ่อนปรนกฎดังกล่าวลง ตามกฎเดิมถ้าหากบอลถูกอวัยวะตั้งแต่ศอกลงไป และผู้เล่นใช้การกางแขนเพื่อทำให้ตัวใหญ่ขึ้น ถือว่าเป็นแฮนด์บอลหมด ทีนี้จะผ่อนปรนกฎดังกล่าวลง โดยให้การพิจารณาการแฮนด์บอลนั้นขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้ตัดสินว่า สถานการณ์ที่เห็นจากภาพ VAR นั้นแฮนด์บอลหรือไม่

อะไรจะเกิดขึ้นต่อไป

ทีนี้การผ่อนปรนสถานการณ์ดังกล่าว ก็เพราะว่าบางสถานการณ์ มันไม่ได้แฮนด์บอลจริง มันไม่ได้เกิดจากความตั้งใจของนักเตะ แต่ด้วยสถานการณ์มันบังคับ ยกตัวอย่างเกมระหว่าง สเปอร์ส กับ นิวคาสเซิ่ล ที่สเปอร์สมาเสียจุดโทษ จากไดเออร์ บอลโดนแขนทั้งที่หันหลังอยู่ ทีนี้หากเกิดการผ่อนปรนกันดังกล่าว สิ่งที่จะเกิดขึ้นเลยก็คือ คำว่า ดุลยพินิจ ของกรรมการแต่ละคนไม่เหมือนกัน จริงอยู่ว่าการดูภาพช้าน่าจะช่วยให้การตัดสินง่ายขึ้น แต่คำถามก็คือ หากกรรมการมองต่าง มองแย้งกับผู้เล่นล่ะ มันจะเป็นอย่างไร อย่างกรณีของ ไดเออร์ ก็ได้ หากกรรมการมองว่าไม่ได้ตั้งใจเป็นกลไกของร่างกาย ไม่ฟาลว์ แล้วมันก็จะเกิดคำถามขึ้นมาอีกว่า รู้ได้อย่างไร ไดเออร์ อาจจะตั้งใจทำแบบนั้นก็ได้ แม้จะมองไม่เห็นก็ตามที แบบนี้เป็นต้น

จากข่าวที่ออกมาเห็นว่า การผ่อนปรนดังกล่าวจะเริ่มต้นในเกมวีคถัดไปเลย ก็ต้องมาดูกันว่า การผ่อนปรนแบบนี้จะทำให้เกิดเสียงวิจารณ์อย่างไรบ้าง แต่ลองทำดูก็ไม่เสียหายอะไรนะเราว่า ยังดีกว่าปล่อยให้เป็นแบบนี้จนจุดโทษกลายเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นแทบทุกเกม

เปลี่ยนขุนพลกลางคันทำไมต้องช่วงนี้

ช่วงสองอาทิตย์ที่ผ่านมานี้ข่าวคราวฟุตบอลยุโรป ผลการแข่งขันก็น่าสนใจจริง แต่ข่าวที่น่าสนใจมากกว่าก็คือข่าวการเปลี่ยนแปลงผู้จัดการทีม ในพรีเมียร์ลีคเปลี่ยนสองทีมยักษ์ใหญ่อย่างเสปอร์ส และอาร์เซนอลไปแล้ว คำถามก็คือว่าทำไมถึงต้องมาเปลี่ยนในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน เรื่องนี้ไม่ใช่เหตุบังเอิญ มันมีเหตุผลรองรับอยู่ เราจะมาอธิบายให้ฟัง
เปลี่ยนก่อนวิกฤติไปกว่านี้
สำหรับกรณีทั้งอาร์เซนอล และ สเปอร์ส นั้นต้องบอกว่า เปลี่ยนเพราะผลงานในสนามล้วนๆเลย ทั้งสองทีมมีผลงานที่บอกว่าไม่ดีเอาเสียเลย อาร์ซเนอลไม่ชนะมาหลายเกมติดต่อกันทั้งบอลลีค บอลถ้วย ส่วนสเปอร์สเองก็ทรงไม่ดีเลย ดีบ้างแย่บ้างสลับกันไป เปรียบไปก็เหมือนเป็นโรคก็ต้องรับรักษาก่อนที่มันจะลุกลามไปกว่านี้แล้วมันจะแก้ไม่ทันส่งผลเสียต่อช่วงกลางถึงท้ายฤดูกาล
ช่วงเวลาที่สำคัญ
ผลการแข่งขันของทั้งสองทีมแย่พอกันในช่วงนี้ก็จริง แต่ช่วงเวลาต้นเดือนพฤศจิกายนเป็นสิ่งที่บอร์ดบริหารต้องตัดสินใจว่าจะยังไง เนื่องจากกุนซือคนใหม่จะได้ทดลองคุมทีมว่าจะเป็นอย่างไรในช่วงกลางถึงปลายเดือนพฤศจิกายน จากนั้นจะเข้าสู่ช่วงโค้งสำคัญพอถึงช่วงปลายปีพรีเมียร์ลีคจะเตะกันถี่มาก ตอนนั้นผู้จัดการทีมจะได้วางแผนรับมือล่วงหน้าได้อย่างถูกต้อง เพราะหากผ่านช่วงนี้ไปแบบผลงานไม่ดี ในลีคอาจจะตกอันดับไปไกล จนไม่สามารถกู้กลับมาได้ในช่วงปลายฤดูกาล
เตรียมมองหานักเตะช่วงหน้าหนาว
อีกหนึ่งเหตุผลสำคัญเลย พอผู้จัดการเปลี่ยนเข้าไปในเดือนพฤศจิกายน สิ่งที่พวกเค้าต้องทำก็คือ ต้องมองหานักเตะที่ดีที่สุดมาเสริมตำแหน่งตามแท็คติคของตัวเอง พอเข้าไปเดือนพฤศจิกายนลองคุมทีมทำความรู้จักกับนักเตะก็จะทำให้ทราบว่าต้องหานักเตะคนไหนมาเสริมทัพ ก็สามารถยื่นรายชื่อให้บอร์ดติดต่อนักเตะเพื่อขอซื้อมาช่วงฤดูหนาวได้เลย จะได้นักเตะมาเสริมช่องว่างที่ขาดหายไปพอดี นี่แหละคือเหตุผลที่บอร์ดต้องตัดสินใจว่าจะเปลี่ยนหรือไม่เปลี่ยนผู้จัดการทีมในช่วงเดือนพฤศจิกายน